บ้านPortalสมัครสมาชิก(Register)เข้าสู่ระบบ(Log in)

Share | 
 

 Alone in the Dark : The new nightmare

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down 
ผู้ตั้งข้อความ
love1big
[นักสู้ดาบเทพ]
[นักสู้ดาบเทพ]


จำนวนข้อความ : 190
GAT Points : 6944
Thanks : 11
Join date : 20/05/2010
Age : 32
ที่อยู่ : ใต้ฟ้าบนดิน อิอิ

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Alone in the Dark : The new nightmare   Sat May 29, 2010 8:30 am





Code:
http://www.youtube.com/v/Bq8WflhUas8&hl

Alone in the Dark : The new nightmare

เนื้อเรื่องของ Edward Carnby
หลังจากที่เรากระโดดร่มลงมาบริเวณสวนแล้วให้เราควบคุมคาร์นบี้เดินมาทางขวาเล็กน้อย แล้วจะพบว่าตรงบริเวณนี้มีทางแยก 2 ทาง คือ ซ้าย และขวา ทางซ้ายจะเป็นทางตัน ซึ่งตรงสุดทางจะมีประตูขนาดใหญ่ปิดทางอยู่ ดังนั้นให้เรามาทางขวา ซึ่งพอเดินมาสักพักเอลีนจะติดต่อเข้ามาเพื่อหาตำแหน่งของคาร์นบี้ คาร์นบี้จึงส่องไฟฉายขึ้นท้องฟ้า แล้วบอกกับเอลีนให้เข้าไปในคฤหาสน์เพื่อความปลอดภัย หลังจากนั้นให้เดินเข้าไปตามทางจะพบกระท่อมโทรม ๆ ทางขวา ซึ่งมันมีบันไดทางเข้าไปด้วย และตรงบันไดเราจะพบคราบเลือดติดอยู่ ให้เราเดินเข้าไปข้างในจะพบกับชายนอนบาดเจ็บอยู่ เค้าคือ ฟิสค์ เพื่อนของเราที่มาที่เกาะนั่นเอง ตอนนี้เขาบาดเจ็บมาก แต่เขาไม่ได้ต้องการความช่วยเหลือจากเรา จึงบอกว่าจะเข้าไปในคฤหาสน์เพื่อช่วยเอลีนก่อน เมื่อจบเหตุการณ์ให้สำรวจพื้นที่ข้าง ๆ และจะได้ Small Bronze Key (ต้องเก็บเพราะถ้าเพื่อนตายเราจะมาเก็บไม่ได้) จากนั้นก็ให้ออกมาจากกระท่อม แล้วจึงเดินตามทางมาทางด้านล่าง โดยระหว่างที่เดินลงมานั้น จะได้ยินเสียงเพื่อนเรายิงตัวตาย ให้ไปต่อจนมาถึงประตูเหล็ก ใช้กุญแจที่ได้มา เข้าประตูมาแล้วไปตามทาง จะพบกระสุนแม็กนีเซียมวางอยู่บริเวณข้างทาง ให้เก็บแล้วเดินเข้าไปตามทางเล็กน้อยจะพบประตูด้านบน ให้เปิดประตูเข้าไป แล้วจะพบกล่องกระสุนวางอยู่บนพื้น ซึ่งพอเราเข้าไปเก็บ สุนัขที่ถูกล่ามไว้จะหลุดออกมา และวิ่งผ่านเราไป ให้เข้าไปข้างในและเก็บเอากล่องพยาบาล แล้วย้อนกลับมาทางเดิมตรงบริเวณทางแยก ให้ไปทางขวา และขึ้นบันไดไป
เราจะมาอยู่ในบริเวณสวนด้านตะวันออก ให้เราไปขึ้นบันไดที่อยู่อีกด้านหนึ่ง โดยเดินอ้อมมาทางด้านข้างของบริเวณนี้ก็จะถึงบันได ซึ่งบันไดนี้จะพาไปยังระเบียงสวน ที่ระเบียงสวนนี้ให้เราเดินตรงไปจนถึงต้นบันได ขึ้นบันไดมาเจอประตูทางเข้าคฤหาสน์ แต่เราจะเข้าไปไม่ได้ ให้เดินลงบันไดมาแล้วเอลีนจะติดต่อเข้ามาหาเรา เธอบอกว่าเกิดเรื่องน่ากลัวขึ้น แล้วสัญญาณก็ขาดไป
จากนั้นให้ออกมาจากหน้าประตูแล้วเลี้ยวไปทางขวา เดินไปตามทางตะพบมอนเสตอร์ และพอมันเห็นเรามันจะหนีไป เมื่อเดินเข้าไปข้างในต่อมันจะออกมาอีกครั้ง ให้เราจัดการมันซะ แล้วจึงเดินเข้าไปตามทางจนพบประตู เข้ามาข้างในแล้วเดินอ้อมอ่างเก็บน้ำไปทางขวาจนพบกับวาล์วปิดน้ำให้หมุน แล้วน้ำในอ่างจะลดลง
ให้เราเดินลงไปในอ่างน้ำ จะสามารเดินเข้าไปในท่อน้ำในห้องใต้ถุนได้ ให้เข้าไปข้างในเรื่อย ๆ จนถึงบริเวณห้องกว้าง ซึ่งที่นี่เราจะพบมอนเสตอร์ ต้องกำจัดมันให้ได้ โดยการอยู่กับที่แล้วหมุนตัวรอบ ๆ รอจนกว่ามันจะโผล่ขึ้นมาจากน้ำ จึงค่อยยิง(อย่าเดินไปไหนเดี๋ยวโดนลากลงน้ำ) แล้วเข้าไปข้างในต่อที่ซอกทางขวาบน(ถ้าไม่จัดการมันเราจะไปต่อไม่ได้) จะมีทางเดินไปขึ้นบันได ขึ้นบันไดไปข้างบนแล้วเข้าไปตามทาง จากนั้นปีนพื้นที่ต่างระดับด้านซ้าย ขึ้นไปเก็บเอาไอเท็มสำหรับเซฟบนพื้น และเดินลงมาทางด้านล่างเพื่อเก็บกล่องพยาบาล กระสุนปืนฟอสฟอรัส+แม็กนีเซียม และปืนลูกซอง 3 ลำกล้อง
สำรวจให้ทั่ว ๆ ระพบประตู 2 บาน และบันได ซึ่งบันไดเราขึ้นไปไม่ได้เพราะทางออกถูกปิดอยู่ ให้เราสำรวจที่โลงศพจะพบ...เราจะได้ Gilded key ใช้มันเปิดประตูข้าง ๆ เดินไปจนสุดจะมีประตูอีกบานเข้าไปต่อ แล้วเอลีนจะติดต่อเข้ามาซึ่งขณะนี้เธอถูกโอเบ็ดนำมาขังไว้ในห้องแห่งหนึ่ง ทำให้เธอไม่สามารถออกมาพบเราได้ จากนั้นให้เราเดินไปมาในห้องสักพัก ไฟจะดับ จะพบมอนเสตอร์ออกมา ให้เราวิ่งไปกดสวิตซ์ไฟ แล้วค่อยจัดการมัน จากนั้นพอห้องสว่างให้ย้อนกลับมาตรงกระจกเงาอีกครั้ง ให้ผลักรูปปั้นที่อยู่แถวนั้นให้มาอยู่หน้ากระจก เราจะมองเห็นด้านหลังของรูปปั้นในกระจกเงา ตัวอักษร H M ให้เราสำรวจที่ด้านหน้าของรูปปั้น ใส่ H M เข้าไป จะเกิดปฏิกิริยากับรูปภาพที่ชั้น 2 ให้เราขึ้นไปชั้น 2 จะพบรูปปั้นอยู่มากมาย ให้เราเดินไปที่ภาพทางขวาสุด แล้วเอลีนจะติดต่อเข้ามา จากนั้นสำรวจภาพที่อยู่ที่มุมห้อง เพื่อเก็บกุญแจ Small Rusty Key
จากนั้นให้เดินมาผลักตู้ที่อยู่ใกล้ ๆ จะเห็นว่ามีประตูอยู่ด้านหลัง เปิดเข้าไปจะพบเอลีน เมื่อส่งตัวเอลีนขึ้นไปข้างบนแล้ว ให้เราสำรวจภายในห้องนอนนี้ให้ทั่ว ที่โต๊ะหัวเตียงจะมีสมุดบันทึกของ อลัน มอร์ตัน ส่วนที่ลิ้นชักข้างกระจกจะมีเครื่องอีดเสียง และรูปสลักนักกายกรรม ออกมาจากห้องนี้และลงไปที่ชั้น 1 เข้าประตูที่อยู่ใต้ระเบียง ซึ่งเป็นประตูเข้าไปยังทางเดินด้านในของชั้นที่ 1 เข้ามาแล้วจะพบกับ อีเด็นซอว์ เขาเป็นชาวอินเดียนแดงและเป็นผู้คุ้มครองเกาะนี้ เมื่อเขาจากไป ตางมากดสวิตซ์ไฟที่อยู่ข้างหน้าก่อน แล้วเดินตรงไปจนพบประตู 2 บาน ยังไม่ต้องสนใจ ให้เดินไปเข้าประตูทางขวา จะพบซอมบี้ 2 ตัวอยู่ตรงทางเดิน จัดการพวกมันให้หมด แล้วเดินไปเกือบสุดทางจะพบประตูทางซ้าย ให้เปิดประตูเข้าไปข้างในจะเป็นห้องทำงานของโอเบ็ด เราควรเปิดไฟก่อน ในห้องนี้จะมีกล่องพยาบาลอยู่ในตู้ 2 อัน Crowbar หนังสือเกี่ยวกับอินเดียนแดง พินัยกรรม บทความจากนิตยสาร และ Flask เมื่อเราเก็บ Flask มาแล้วให้เราไปเติมน้ำในอ่างที่อยู่ในห้องนี้
ให้เราย้อนกลับออกไปประตูเดิม และเดินย้อยกลับไปจนถึงทางเดินที่เราเคยพบกับอีเด็นซอว์ ให้วิ่งไปสุดทางอีกด้าน และเก็บกระสุนลูกซองที่วางอยู่บนตู้ทางซ้ายถัดจากบันได แล้วจึงเดินย้อนมาเข้าประตูที่อยู่ทางซ้านจากบันได เมื่อเข้ามาไปตามทางจะพบซอมบี้ 3 ตัว เดินไปต่อจะพบประตู ตอนนี้ยังไม่ต้องเข้าให้เดินไปสุดทางเพื่อเก็บกระสุนปืนลูกซองและกล่องพยาบาลก่อน แล้วค่อยมาเข้าประตู ซึ่งเป็นห้องทำงานทางตะวันตก ภายในห้องจะยับเยินมาก ให้สำรวจทั่ว ๆ จะพบกระสุนปืนลูกซอง กระสุนแม็กนีเซียม ไอเท็มเซฟ รูปภาพและ Wolf Mask จากนั้นให้สำรวจตู้กระจกที่แตก แล้วนำขวดน้ำที่เติมน้ำแล้ววางลงไป และจะเกิดปฏิกิริยากับรูปภาพที่ชั้น 2 จากนั้นกลับออกมาแล้วไปที่ชั้น 2 สำรวจรูปภาพที่ 2 จากทางซ้าย เราจะได้กุญแจมา แล้วเดินลงไปข้างล่าง กลับไปตรงทางเดินด้านในอีกครั้ง จากนั้นเดินเข้าไปจนถึงทางเดินหน้าห้องทำงานของโอเบ็ด ให้เราใช้กุญแจที่ได้มากับประตูตรงข้ามห้องทำงานโอเบ็ด เข้าไปจะพบว่าเป็นห้องนั่งเล่น ให้มาสำรวจที่รูปปั้นที่เป็นรูปคล้ายนกฮูกแล้วนำ Wolf Mask ใส่เข้าไปแล้วจะได้ Steel Key แล้วเดินมาสำรวจที่โต๊ะเราจะได้ Small Gilded Key มาอีกดอก และตรงมุมห้องที่ติดกับหน้าต่างจะมีกล่องพยาบาล 2 กล่องด้วย
ให้เราย้อนกลับไปที่ทางเดินในของชั้น 1 อีกครั้ง แล้วเดินไปจนถึงบันได ให้เข้าประตูที่อยู่ทางขวาของบันได ซึ่งจะเป็นบันไดเวียนทางตะวันตก ให้ขึ้นบันไดไปจนสุดและเข้าประตูไป ซึ่งพอเข้าไปแล้วให้เก็บเอา Grenade Launcher ที่อยู่ข้างหน้า แล้วเดินไปตามทาง โดยระหว่างนั้น เอลีนจะติดต่อมา จากนั้นก็ให้เดินไปเข้าประตูที่อยู่ข้างหน้าโดยใช้ Small Rusty Key เมื่อเข้ามาแล้วจะพบว่าที่นี่คือห้องใต้หลังคาทางตะวันออก ที่นี่จะมีกระสุนปืนลูกซองและ Lighter แล้วเดินไปออกประตูอีกบาน เข้าไปตามทางจนถึงห้องใต้หลังคาด้านตะวันออก ซึ่งในห้องนี้ให้เราเดินมาตรงทางแคบ ๆ แล้วสังเกตบริเวณเสียงเดินจะดังแปลก ๆ ให้เราใช้ Crowbar งัดพื้นบริเวณนั้นแล้วจะได้กุญแจมา 2 ดอก
เมื่อได้กุญแจมาให้เดินเข้าไปข้างในอีกและเข้าประตูในสุด ข้างเข้าเราจะพบมอนเสตอร์ตัวเล็ก ๆ มากมาย ระวังให้ดี จากนั้นจึงเก็บกระสุนที่วางอยู่บนโต๊ะ และเดินเข้าไปข้างในจะพบเทียนวางอยู่บนกล่องให้เราใช้ Lighter จุดไฟที่เทียน แล้วสำรวจผนังไม้ข้าง ๆ จะพบว่ามีเสียงแปลก ๆ ให้เราใช้ Crowbar งัดผนังไม้ จะมีรูขนาดใหญ่ตรงผนัง ให้กดสำรวจ เพื่อเข้าไปข้างใน จะเป็นระเบียงทางตะวันออก บริเวณนี้จะมืดมากและมีมอนเสตอร์ด้วย ให้รีบหาสวิตซ์ไฟเพื่อเปิดไล่มัน แล้วเดินมาเก็บกล่องพยาบาล เข้าประตูห้องที่อยู่ทางซ้าน ซึ่งเป็นห้องของคุณย่าลูซี่
ให้เข้าไปหาเธอ จะพบว่าเธอตาบอด เธอเป็นแม่ของโอเบ็ด หลังจากที่ออกมาจากห้องของลูซี่ ไปที่ประตูที่อยู่ติดกับสวิตซ์ไฟ ใช้กุญแจที่มีอยู่เปิดเข้าไป จะออกมายังบริเวณบันไดเวียนทางตะวันออก ให้เดินลงไปข้างล่างจนพบประตูทางซ้าย เข้าไปข้างใน แล้วเราจะติดต่อไปหาเอลีน จากนั้นเข้าประตูทางขวา ซึ่งเป็นห้องทำงานของอลัน มอร์ตัน สำรวจที่ชั้นทางซ้ายแล้วจะได้กล่องพยาบาล เสร็จแล้วจึงเดินขึ้นปบริเวณโต๊ะทางาน ให้เก็บเอาหนังสือที่วางบนโต๊ะ แล้วจึงใช้กุญแจดอกเล็กเปิดเอา Large Ornate Key ที่อยู่ข้างใน ซึ่งเราจะได้มาพร้อมกับรูปภาพครึ่งหนึ่ง
ออกมาจากห้องนี้ ที่หน้าห้องให้เดินลงมาตามทางจนถึงทางแยกแล้วเลี้ยวซ้าย เดินไปจนสุดทางจะพบประตู ให้ใช้กุญแจที่มีอยู่เปิดประตูเข้าไปข้างใน ซึ่งจะเป็นห้องนอนทางตะวันตก ให้เราเปิดไฟในห้องเพื่อขับไล่มอนเสตอร์ แล้วสำรวจให้ทั่ว ๆ ห้อง จะมีรูปภาพอีกครึ่งหนึ่งว่าอยู่บนโต๊ะพร้อมกับจดหมายลายมือ Large Ornate Key ไอเท็มสำหรับเซฟ กระสุนลูกซอง และบันทึกของโอเบ็ด ออกมาจากห้องแล้วเดินไปตามทาง โดยที่ไม่ต้องเลี้ยวตรงทางแยก จนมาถึงประตุที่อยู่ติดกับสวิตซ์ไฟ ให้เข้าไป เดินไปถึงเตียงจะมีมอนเสตอร์ออกมา ให้เราใช้ปืน Grenade Launcher ยิงมันซะแล้วมันจะถูกไฟคลอกตาย(...สม) จากนั้นเดินไปยังโต๊ะข้าง ๆ เตียงเพื่อเก็บเอาปืน Rocket Launcher และกระสุนปืนลูกซอง แล้วเดินย้อนมาเก็บกล่องพยาบาลที่อยู่ทางขวาของห้อง จากนั้นออกมาจากห้องนี้แล้วเดินมาปลดล็อคประตูที่อยู่ถัดมาโดยกุญแจที่มี ให้เข้าไปเดินบันไดไปข้างล่าง พอมาถึงก็ให้เดินไปตามทางจนถึงประตู 2 บาน ให้ใช้กุญแจเกิดประตูบานใหญ่ทางซ้ายเข้าไปเป็นห้องสมุด เมื่อเข้ามาเอลีนจะติดต่อเข้ามา(อีกแล้ว)
ให้เราใช้กุญแจปลดล็อคประตูข้าง ๆ ก่อน(ไม่ต้องเข้าไป) แล้วจึงเปิดไฟภายในห้องนี้ จากนั้นให้เดินตรงมาเก็บเอกสารที่อยู่บนโต๊ะและแท่นวางหนังสือ แล้วเดินอ้อมมาขึ้นบันได โดยเก็บกระสุนตรงราวบันไดมาด้วย เดินมาจนพบแพงควบคุมทางขวา เราต้องใส่รหัสให้ถูกต้อง รหัสได้มาจากการนำภาพทั้ง 2 ส่วนมารวมกัน แล้วนำตัวเลขที่อยู่ในภาพมาบวกกันได้เท่ากัน 3926 การใส่เลขให้เรียงตามแนวนอน แล้วตู้หนังสือทางด้านหลังจะเลื่อนออกมา ให้เข้าไปในห้องลับนี้ สำรวจกล่องสมบัติทางขวาในห้องลับ เพื่อเก็บ Telescope และสำรวจที่ตู้หนังสือ เพื่อเก็บหนังสือปริศนาของเจเรมี จากนั้นให้ออกจากห้องนี้ และขึ้นบันไดไปยังชั้นต่อไป จะพบบันไดพาดลงมาจากหน้าต่าง ให้ปีนขึ้นไป เราจะออกมาที่หลังคาของคฤหาสน์
ให้เดินไปทางซ้ายขึ้นบันไดไป เราจะมาอยู่ในหอคอย เดินไปติดกับหน้าต่างทางซ้ายจากนั้นให้ใช้ Telescope ให้เราซูมดูบริเวณต่าง ๆ ของป้อมปราการจนพบบริเวณที่มีตัวเลข 1692 เขียนไว้ จากนั้นออกมายังบริเวณกลางห้องแล้วเอลีนจะติดต่อมา(ครั้งที่ 100) แล้วเก็บไอเท็มสำหรับเซฟในห้องนี้ จากนั้นกลับไปที่ห้องลับในห้องสมุดอีกครั้ง ให้เราสำรวจที่ผนังทางซ้ายของห้อง จะพบว่ารูปสลักนักกายกรรมหายไปหนึ่งอัน ให้เราใส่ที่เรามีอยู่ลงไปและช่องลับจะเปิดออก จากนั้นเดินไปเก็บ Abkanis Statne of Anticoalt จากนั้นให้เรากดรหัสลับในช่องลับนี้ 1692 กลไกปริศนาภาพวาดในห้องโถงใหญ่จะถูกกระตุ้น อย่าเพิ่งไปไหน เพราะยังมีกลไกอีกอย่างต้องทำ ซึ่งต้องเซฟไว้ก่อน(ถ้ารักชีวิตต้องเซฟ)
เราต้องแก้กลไกปริศนาให้ห้องสมุดนี้ โดยเริ่มแรกให้วิ่งขึ้นบันไดไปที่ชนบนสุดของห้องสมุด และไปยืนตรงตำแหน่งขวาสุดของชั้นบนสุดในห้องสมุดสำรวจที่ชั้นหนังสือเพื่อผลักหนังสือจากนั้นลงไปยังพื้นที่ล่างของห้องสมุดและผลักหนังสือที่อยุ่ทางซ้ายของประตูทางเข้าห้องสมุด(ใช้ไฟฉายช่วยหาตำแหน่ง) จากนั้นเดินกลับไปที่บริเวณทางขึ้นบันได และผลักหนังสือที่อยู่ตรงนั้น เมื่อหลักครบทั้ง 3 เล่มแล้ว ให้เดินขึ้นไปที่ชั้นบนสุดอีกครั้ง และระหว่างทางบอสจะโผล่ออกมา(นี่แหละถึงให้เซฟ) ซึ่งในการต่อสู้ควรมีกล่องพยาบาลสัก 3 กล่องกำลังดี เพราะการจมตีของมันหลบยากควรใช้อาวุธที่ดีที่สุดจัดการมัน โดยในช่วงแรก ๆ ควรใช้ปืนธรรมดาก่อน เพื่อหาจังหวะช่องว่างของบอส(ยิงไปส่ง ๆ ไม่โดนมันหรอกนะ) เมื่อรู้จังหวะของบอสแล้วค่อยเปลี่ยนมาใช้ปืนแรง ๆ (รูปแบบการโจมตีจะซ้ำ ๆ) ช่วงที่มันจะโผเข้าหาเรา ให้เรายิงสวนไป(คิดว่าน่าจะใช่) เมื่อจัดการมันได้ก็ให้วิ่งไปที่ชั้นบนสุดอีกครั้ง และผลักหนังสือที่อยู่ตรงกับหนังสือที่เราผลักเล่มที่ 2 ในแนวตั้ง แล้วกลไกของภาพวาดสุดท้ายในห้องโถงจะถูกกระตุ้น ดังนั้นให้เรากลับไปที่ห้องโถงอีกครั้ง
สำรวจภาพที่เรายังไม่ได้สำรวจ โดยภาพวาดทางขวาของประตูจะให้ Engrave Metallic Plate ส่วนภาพทางซ้ายสุดของประตูจะให้ Plasma Cannon และ Small Bronze Key หลังจากนั้นภาพวาดทั้ง 4 จะเปิดช่องให้เราใส่รหัสลับ(ไม่ใช่รหัสริษยาที่เพิ่งจบไป) ซึ่งรหัสลับนี้ก็คือปีเกิดของบุคคลในภาพเรียงดังนี้ ภาพที่ 1 (จากซ้ายไปขวา) 1852 ภาพที่ 2 1874 ภาพที่ 3 1899 และภาพที่ 4 1931 เสร็จแล้วหน้าปัดของนาฬิกาที่โต๊ะจะเปิดออก ให้เราเก็บ Bronze Key ที่อยู่ในนั้นและนำไปปลดล็อคประตูทางเข้าคฤหาสน์(ทางขวาของหลอดไฟ) แล้วออกไปข้างนอกคฤหาสน์
มุ่งหน้าไปทางขวาเรื่อย ๆ จะพบ Gas Cartridge (กระสุนปืนพลาสม่าค่ะ) และกล่องพยาบาล 2 กล่อง จากนั้นย้อนกลับไปยังบริเวณหน้าประตูของคฤหาสน์ ให้กุญแจ Small Bronze Key กับประตูหน้าคฤหาสน์ แล้วเปิดออกไปยังระเบียงสวนอีกครั้งหนึ่ง และให้เรามุ่งหนากลับไปยังบริเวณที่เราเริ่มเกมนี้อีกครั้ง
เมื่อมาถึงจุดที่เรากระโดดร่มลงมาให้เราไปทางขวาจะพบประตูเหล็กขวางทางอยู่ให้สำรวจเพื่อใส่รหัสที่ได้มาจาก Engraved Metallic Plate (จันทร์เสี้ยวแหลมทางขวา, แหลมทางซ้าย, ดาว , พระอาทิตย์)เมื่อใส่ถูกต้องประตูจะเข้าได้(เปลี่ยนแผ่น)
สำรวจที่ศพข้างประตู เก็บกล่องพยาบาล 2 กล่อง และกระสุนปืนพลาสม่า แล้วข้ามสะพานไปยังฝั่งตรงข้าม แล้วสะพานจะพังลง ซึ่งใบริเวณที่เราข้ามมานี้มีมอนเสตอร์ตัวเล็ก ๆ จำนวนมาก จากนั้นให้เดินขึ้นบันไดที่อยู่ทางซ้าย เข้าไปในบริเวณวงล้อมของเสาหิน เมื่อเข้ามาในบริเวณนี้อย่าเพิ่งไปสำรวจที่เสาหินอันอื่น ก่อนอื่นให้ไปยืนชิดกับเสาหินที่มีไม้กางเขน แล้วสำรวจให้เราเลือก North เพื่อกำหนดทิศทางให้เสานี้อยู่ทางทิศเหนือ แล้วเอลีนจะติดต่อมา จากนั้นให้กดเสาอื่น ๆ ตามที่เอลีนบอก โดยหลังจากที่เราคุยกับเธอเสร็จ เธอจะบอกให้เราสำรวจที่เสาทางทิศเหนือ ซึ่งก็คือเสาที่เราใช้กำหนดทิศนั่นเอง ซึ่งก็ให้ยืนติดกับเสาหินนั้นแล้วสำรวจ ภาพจะตัดให้ดูที่สัญลักษณ์บนเสาหิน จากนั้นทำตามขั้นตอนดังนี้
1. คุยโทรศัพท์กับเอลีน แล้วสำรวจที่เสาหินทางทิศตะวันออกเฉียงใต้(South East)
2. คุยโทรศัพท์กับเอลีน แล้วสำรวจที่เสาหินทางทิศตะวันตก(West)
3. คุยโทรศัพท์กับเอลีน แล้วสำรวจที่เสาหินทางทิศตะวันตกเฉียงใต้(South West)
4. คุยโทรศัพท์กับเอลีน แล้วสำรวจที่เสาหินทางทิศตะวันออก(East)
5. คุยโทรศัพท์กับเอลีน แล้วสำรวจที่เสาหินทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ(North East)
6. คุยโทรศัพท์กับเอลีน แล้วสำรวจที่เสาหินทางทิศตะวันออก(East)
ถ้าเราทำตามนี้ไม่ผิดเพี้ยน เมื่อสำรวจเสาหินในข้อที่ 6 เพื่อมองดูภาพเสาหิน แล้วสำรวจอีกที จะมีคำถามขึ้นมาว่าเราต้องการการร่ายคาถาหรือเปล่า ให้เราตกลง แล้วจะมีคำสำหรับร่ายคาถาเรียงตามลำดับดังนี้
Korna, Harnis, Hypor, O Gonl’ai, Hyper, Harnis, Korna
จะมีเหตุการณ์เกิดขึ้น จากนั้นให้เดินไปเก็บแผ่นหินStone Stele และรูปสลักของ Hemicles แล้วให้ออกไปจากบริเวณนั้น และเดินไปตามทางเดิน เข้าไปข้างในเรื่อย ๆจน เอลีนติดต่อมา จากนั้นให้มุ่งหน้าไปตามเส้นทางนั้นต่อไป จนเข้าไปในบริเวณโขดหินแถบชายฝั่ง
หลังจากที่ลงบันไดมา จะพบไอเท็มสำหรับเซฟวางอยู่บนแท่นทางขวามือ จากนั้น ให้มุ่งหน้าเข้าไปข้างในต่อไป จะพบบันไดอยู่ทางซ้าย ตอนนี้ยังไม่ต้องขึ้นไป ให้เรามุ่งหน้าเข้าไปด้านในต่อไป จนพบกับขั้นบันไดอยู่ทางขวา ให้เดินขึ้นบันไปนั้นไปที่บริเวณหนองน้ำ เดินลงไปในหนองน้ำ และลุยน้ำไปทางซ้าย เราจะเข้าไปในบริเวณที่มีเครื่องบินตกอยู่ ซึ่งก็คือเครื่องบินที่เราโดยสารมานั่นเอง ให้เราสำรวจที่บันไดของเครื่องบิน เพื่อเข้าไปข้างในเครื่องบิน ให้สำรวจบริเวณข้างประตู จะมีกล่องพยาบาลให้เก็บ 2 กล่อง จากนั้นเก็บ Blue lens และ Pliers ที่อยู่บริเวณทางด้านขวาของลำตัวเครื่องบิน แล้วเดินเข้าไปคุยกับคนขับเครื่องบินที่สลบอยู่
จากนั้นเราจะมีเวลา 15 วินาทีในการออกจากเครื่องบิน ก็ออกโดยประตูที่เราเข้ามานั่นแหละ จะเกิดเหตุการณ์ ให้เราประกอบ Flashlight กับ Blue lens เข้าด้วยกัน ซึ่งจะทำให้สามารถมองเห็นครบเลือดเก่า ๆ ที่เรามองไม่เห็นได้ จากนั้นย้อนกลับไปที่บริเวณโขดหินชายฝั่ง (ระหว่างทางถ้าเราใช้ไฟฉายส่องดูที่พื้น ก็จะมองเห็นคราบเลือด) ให้เรามุ่งหน้าต่อไป จนพบบันไดทางซ้าย ขึ้นไปข้างบนแล้วเดินเข้าไปในถ้ำ จะมีกล่องกระสุของปืนยิงจรวดให้เราเก็บ 2 กล่อง จากนั้นฉายไฟไปที่ผนังถ้ำทางขวาจะพบคราบเลือดเป็นรูปสัญลักษณ์ ดาบสามง่าม
ให้เรากลับไปที่บริเวณหนองน้ำแล้วมุ่งหน้าเข้าไปข้างใน จะพบทางเข้าบริเวณโบสถ์ ให้มุ่งหน้าไปตามรอบคราบเลือดที่มี่อยู่บนพื้น จนพบคราบเลือดที่เป็นรูปสัญลักษณ์ วงกลมมีเสียบตรงกลาง บนโขดหินทางขวา จากนั้นให้เดินผ่านโขดหินปางซ้ายจะเกิดเหตุการณ์ จากนั้นย้อนกลับไปทางเดินจนถึงทางแยกให้เดินมาทางด้านล่างของหน้าจอ จะพบประตูของโบสถ์ ให้เราสำรวจที่ประตูจะพบว่ามันถูกโซ่ตรึงอยู่ ให้เราใช้ Pliers เพื่อตัดมันทิ้ง แล้วเปิดประตูเข้าไป
หลังจากที่เข้ามาในโบสถ์ ถ้าฉายไฟไปที่ประตูโบสถ์จะพบสัญลักษณ์รูปดาวห้าแฉก จากนั้นไปเก็บกล่องพยาบาลที่อยู่ทางว้ายของผนังห้อง 2 กล่อง และกล่องกระสุนปืนยิงจรวดที่อยู่บนแท่นหิน จากนั้นให้เดินมาเก็บหนังสือที่เกี่ยวกับพิธีกรรมบูชายัญ(Sacrifices Ritual) ที่วางอยู่บนโต๊ะทางขวาของประตู และสำรวจที่ปุ่มหินข้าง ๆ ประตูนั้น ให้เรากดสัญลักษณ์ที่เราเห็นเรียงตามลำดับที่เจอ แล้วทางลับจะปรากฏขึ้น ให้เราเดินลงไปในทางลับนั้น เมื่อลงมากแล้ว ให้เราเดินเข้าไปข้างใน จะพบประตูขวางทางอยู่ให้ไปยืนติดกับเครื่องตรวจจับที่อยู่บนผนังอุโมงค์ทาขวา และใช้ Obed Morton’Seal กับเครื่องนี้ เราจะเข้าไปได้ เมื่อเข้ามาข้างในจะเกิดเหตุการณ์ ให้เราเดินเข้าไปข้างในต่อ เปิดประตูที่สุดทางเดินเข้าไปในห้องแล็ป เดินเข้ามาข้างใน จนถึงทางแยก จะมีไอเท็มสำหรับเซฟอยู่ทางด้านซ้ายมือ จากนั้นให้เดินตรงไป(ไม่ต้องเลี้ยวไปทางซ้าย) แล้วเข้าไปในช่องประตู แล้วเดินเข้าไปข้างในต่อไปจะเกิดเหตุการณ์
ให้สำรวจที่ประตูที่มีลวดหนามขวางอยู่ เราจะโทรศัพท์ไปขอตำแนะนำกับเอลีน จากนั้นให้เดินไปทางซ้ายจากจุดที่ยินอยู่ จะพบสวิตซ์ไปอันแรก ให้เรากดสวิตซ์นั้นแล้วเอลีนจะติดต่อมาอีกครั้ง จากนั้นย้อนกลับไปยังบริเวณที่เราเข้ามาในห้องแล็ปเป็นครั้งแรก(ระหว่างทางเอลีนจะติดต่อเข้ามาเรื่อย ๆ) เมื่อไปถึงบริเวณนั้น ก็ให้กดสวิตซ์ที่อยู่ทางขวาของประตูแล้วเอลีจะติดต่อมา และบอกว่าสวิตซ์ไปอีกอันอยู่อีกห้องหนึ่ง จากนั้นให้เดินย้อนกลับมาทางเดิม จนถึงบริเวณทางแยก ให้เราเดินเลี้ยวไปทางซ้าย และตรงเข้าไปข้างในเรื่อย ๆ จนถึงบริเวณด้านในสุด จะพบสวิตซ์อันที่ 3 อยู่ทางด้านขวาของโต๊ะ ให้กดสวิตซ์ และประตูที่มีลวดหนามขวางอยู่จะถูกเปิดออกและเอลีนจะติดต่อเข้ามาอีก
หลังจากนั้นให้เดินเข้าประตูทางซ้ายแล้วสำรวจที่ต๊ะทางขวาของประตู เพื่อเก็บจดหมาย 2 ฉบับ จากนั้นให้เดินเข้าประตูที่ถูกเปิดออกนี้ไปที่อุโมงค์ใต้ดินของห้องแล็ป เมื่อเข้ามาแล้วให้เดินเข้าไปข้างในเรื่อย ๆ เอลีนจะติดต่อเข้ามา ให้เดินเข้าไปข้างในต่อไปจนสุดทาง ซึ่งจะพบประตูอยู่ 2 บาน ให้เปิดประตูทางขวาเข้าไปข้างใน เราจะมาอยู่ในห้องวิทยุ ที่อยู่ใต้คฤหาสน์ จากนั้นให้เดินไปสำรวจที่เครื่องรับส่งวิทยุที่อยู่ด้านในห้อง ให้ตอบตกลองเพื่อเล่นเครื่องบันทึกเสียง จากนั้นให้ออกจากห้องนี้ และเปิดประตูอีกบาน เข้าไปที่ห้องใต้ดินของคฤหาสน์ ให้เดินไปทางซ้ายจะเกิดเหตุการณ์
สำรวจที่บันไดที่อยู่ในบริเวณนี้เพื่อปีนขึ้นไป จะเป็นบริเวณรอบนอกของคฤหาสน์ เราจะอยู่ในสถานที่ที่เรียกว่า Greenhouse ให้เดินไปตามทางจนถึงทางแยก จากนั้นเดนไปทางซ้าย จะพบกับบันได ให้ปีนบันไดขึ้นไปข้างบน จากนั้นเดินไปทางซ้ายจะพบรูปปั้นหินตั้งอยู่ ให้ผลักมันมาไว้ตรงบริเวณที่ไม่มีรั้วกั้น แล้วผลักมันลงไปข้างล่างเพื่อทำให้มันแตก จากนั้นกลับไปที่รูปปั้นตก เมื่อเก็บ Alon Morton’s Seal และ Indian Statue of Ouphenos จากนั้นให้เดินกลับไปที่ทางแยกอีกครั้ง คราวนี้ไปทางขวาจะมีกล่องกระสุนลูกซองให้เก็บ ซึ่งจะวางอยู่บนชั้นวางของ ตอนนี้เราก็ไม่มีอะไรต้องทำในบริเวณนี้แล้ว ให้เรากลับไปที่อุโมงค์ใต้ดินของโบสถ์(โดยใช้เส้นทางที่ผ่านห้องแล็ป) เมื่อไปถึงก็ให้ไปที่ประตูเหล็กที่เราใช้ผ่านมาในครั้งแรก จะพบเครื่องตรวจจับอยู่ทางขวา ให้ใช้แหวนของอลัน มอร์ตัน กับเครื่องตรวจจับนี้ แล้วมันจะพาเราเข้าไปที่ทางเข้าโลกแห่งความมืด
เมื่อเราเข้ามาที่ทางผ่านใต้ดินของเผ่า Abkanis เราจะได้พบกับเอลีน จากนั้นให้มุ่งหน้าไปที่ประตูทางออก เพื่อไปที่สะพานของเผ่า Abkanis แล้วข้ามสะพานไปยังฝั่งตรงข้ามแล้วเข้าประตูที่อยู่ฝั่งนั้นไปที่ห้อง Abkanis Antechamber และเดินเข้าไปข้างในจะพบแผ่นไม้กระดานอยู่ทางซ้ายมือ ให้สำรวจแผ่นไม้นั้น เพื่อเก็บ Lighting Gun, Battery Charger กล่องพยาบาล 4 กล่อง และไอเท็มสำหรับเซฟ 5 อัน จากนั้นเดินมาเข้าประตูฝั่งตรงข้ามกับประตูที่เราเข้ามในห้องนี้ เพื่อเข้าไปในห้องที่มีประตูทางเข้าโลกแห่งความมืด ซึ่งเมื่อเข้าไปแล้วจะเกิดเหตุการณ์ เราจะมีอยู่ที่สะพานที่พังทลาย ให้เดินไปทางขวา เอลีนจะติดต่อมา ให้เข้าไปในช่องประตู จะเข้าไปในอุโมงค์สีดำ ซึ่งให้เรามุ่งหน้าเข้าไปด้านในต่อไป (ระหว่างทางเจอสุนัขซอมบี้เยอะแยะ วิ่งหนีเถอะ) เมื่อวิ่งมาได้ครึ่งทางจะพบเหตุการณ์ จากนั้นไปต่อทางเดิม และเข้าไปในช่องประตูเพื่อเข้าไปที่รังของมอนเสตอร์
ให้รับรีบวิ่งเข้าไปข้างในเรื่อย ๆ จนพบกับประตูทางออก ให้เข้าประตูนั้น เราจะเข้าไปในเขาวงกต ซึ่งในห้องนี้จะพบมอนเสตอร์ที่แตกต่างจาก 2 ห้องที่ผ่านมา โดยให้เราวิ่งเข้าไปข้างในเรื่อย ๆ และพยายามกำจัดมอนเสตอร์ที่ปรากฏตัวออกมา เพราะค่อนข้างหลบยาก และเมื่อวิ่งมาถึงทางแยกที่เป็นห้องขนาดใหญ่ ก็ให้ไปทางซ้ายเรื่อง ๆ ก็จะพบช่องประตูทางออกอยู่ทางขวา ให้เข้าประตูนี้ไปที่ห้องระเบียง ให้เดินไปเข้าประตูฝั่งตรงข้าม จะไปที่ห้อง Ledge A และเมื่อเข้าไปแล้วให้เดินไปทางขวา โดยเดินไปที่ขอบเหวทางขวาสุดจนกระทั่งเกิดเหตุการณ์
ให้เราเดินเข้าไปในถ้ำและเดินเข้าไปข้างใน จะพบศพของอาร์ชิบัลด์ มอร์ตัน ให้สำรวจที่ศพของเค้า เพื่อเก็บ Metal flask และ Photoelectric Pulsar จากนั้นเดินไปเก็บหนังสือบันทึกของศพที่เราเจอทางด้านซ้าย และออกจากถ้ำนี้ไปยังบริเวณหน้าผาอีกครั้ง และเดินไปสำรวจเชือกที่อยู่ทางซ้ายของหน้าผา เพื่อปืนลงไปข้างล่าง ให้เดินขึ้นบันไดไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งพบกับอลัน มอร์ตัน ซึ่งเขาจะหนีไป ให้ตามเขาเข้าไปในประตุนั้น และเดินเข้าไปข้างในเรื่อย ๆ จนกระทั่วเข้ามาที่ Ledge C ให้เดินเข้าไปที่ใจกลาง ให้เราเดินไปที่ใจกลางห้องจะพบเหตุการณ์ ให้เราเดินเข้าไปในอุโมงค์ที่อยู่ทางขวา และเดินเข้าไปข้างในเรื่อย ๆ จะพบเชือกสำหรับไต่ขึ้นข้างบน อยู่ข้างในสุดของอุโมงค์ ให้ปืนมันขึ้นไปที่สะพานธรรมชาติ (Natural Bridge) ซึ่งเมื่อขึ้นมาบนสะพานแล้วถ้าอยากเพิ่มจำหนวนของ Metal flask ก็ให้เข้าไปในอุโมงค์ทางซ้าย จะพบบ่อน้ำฟอสฟอรัสอยู่ทางขวามือ ซึ่งมีความสามารถในการฟื้นพลังชีวิตโดยเราสามารถนำกระติกน้ำไปเติมได้ จากนั้นให้เรามุ่งหน้าไปที่อุโมงค์ทางขวา เอลีนจะติดต่อมา แล้วให้เข้าไปในอุโมงค์นั้น และมุ่งหน้าเข้าไปข้างในเรื่อย ๆ จนเข้าไปถ้ำลาวา
วิ่งเข้าไปข้างในโดยพยายามวิ่งเลียบผนังถ้ำทางซ้ายจะทำให้ไปถึงทางออกได้ง่ายขึ้น ซึ่งเมื่องออกมาจากถ้ำลาวา เราจะมีอยู่ในโซน Ledge D จากนั้นให้มุ่งหน้าต่อไปทางซ้ายจนกระทั้งเอลีนติดต่อเข้ามา ให้มุ่งหน้าไปทางนั้นต่อไป จะพบบันไดอยู่ข้างหน้า ให้เดินขึ้นบันไดไปยังชั้นบนสุด และเข้าประตูไปที่ Cavern B ให้มุ่งหน้าเข้าไปข้างในจะพบทางแยก ให้ไปทางซ้ายจนสุดทาง จะพบกำแพงหินขวางทางอยู่ ให้ปืนข้ามไปโดยการยืนชิดกับขอบของกำแพงหินและสำรวจ จากนั้นให้มุ่งหน้าเข้าไปข้างในต่อไป จะพบกับทางแยกกำแพงหินอีกก็ให้ปีนข้ามไป และวิ่งเข้าไปที่ทางออกนั้น แล้วเราจะเข้ามาอยู่ที่ Columns
ให้วิ่งเลียบหน้าผาไปทางขวา แล้วเอลีนจะติดต่อเข้ามา(ครั้งที่ 200) ให้มุ่งหน้าต่อไปจะพบเหตุการณ์ ให้เราวิ่งข้ามเสาหินไปอีกฝั่ง เมื่อไปถึงอีกฝั่งหนึ่ง ให้ไปทางขวา และเข้าไปในช่องประตูที่อยู่ทางด้านนั้น เพื่อไปที่ ABK Necropolis จะพบซากศพเกลื่อนกลาดไปหมด ให้เราเดินเข้าประตูทางซ้ายบน และสำรวจท่อนไม้ที่ยื่นออกมาตอบตกลง เพื่อลงไปบริเวณชั้นล่าง ซึ่งก็คือบริเวณที่เรียกว่า Necropolis หรือเมืองผี ให้วิ่งไปที่ใจกลางห้องจะเกิดเหตุการณ์ ซึ่งเราต้องเผชิญหน้ากับอัน มอร์ตันในร่างซอมบี้ ตอนแรกให้ใช้ปืนที่แรงสุดยิงให้มันล้มก่อนจากนั้นวิ่งไปที่บริเวณช่องทางด้านซ้าย แล้วคาร์นบี้จะร่ายมนต์ Moon Prism Power Make up! กลายร่างเป็นเซเลอร์มูนเวอร์ชั่นนักรบอินเดียนแดงและเขาจะถอนหอกศักดิ์สิทธิ์ ออกไปจัดการอลัน มอร์ตัน ได้สำเร็จ
หลังจากเซเลอร์คาร์นบี้คืนร่างเดิม ให้เดินไปเก็บรูปปั้นส่วนศรีษะที่อยู่บนโขดใจกลางห้องแล้วไต่เชือกกลับขึ้นไปที่ชั้นบนอีกครั้ง เมื่อมาถึง ก็ให้เดินไปที่ด้านหลังของแท่นบูชาที่มีรูปปั้นส่วนศีรษะวางอยู่ แล้วใช้ Head of Statue ที่เรามีอยู่ว่างไว้บนแท่นบูชา แล้วเอลีนจะนำรูปปั้นอีกอันมาวางไว้ จากนั้นก็ให้เดินเข้าไปในประตูข้างหลังแท่นบูชา ก็จะพบกับอีเด็นชอว์อีกครั้ง(ยังอยู่อีก) ปล้วด้วยรูปสลักของเทพเจ้าทั้ง 7 เข้าก็สามารถทำลายโลกแห่งความมืดได้สำเร็จ แล้วเราก็จะพบกับฉากจบของเกม ซึ่งจอห์นสันได้นำเฮลิคอบเตอร์มารับเราทั้งคู่ ส่วนคุณลุงอีเด็นชอว์ก็จากไปพร้อมกับเกาะเงาที่ถูกทำลาย
ขึ้นไปข้างบน Go down
 
Alone in the Dark : The new nightmare
อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน 
หน้า 1 จาก 1

Permissions in this forum:คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
GOD ANIME TION :: GAME :: บทสรุป เฉลย เกมส์ ต่างๆ-
ไปที่: